ความรู้เกี่ยวกับโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม

โรงงานสกัดน้ำมันปาล์มวิธีการผลิตน้ำมันปาล์ม ทะลายปาล์มประกอบด้วยผลปาล์มน้ำมันจำนวนมากติดอยู่กับก้านทะลาย ผลปาล์มน้ำมันประกอบด้วยน้ำมัน 2...
อ่านบทความเต็ม

บทความอื่น
พิมพ์ อีเมล์
จัดสวนให้ศพ ลดภาวะโลกร้อน

าวะโลกร้อนไม่ใช่เรื่องที่พูดกันเพียงเป็นแฟชั่นแต่เป็นสิ่งที่ทุกคนควรจะตระหนักและร่วมกันปฏิบัติตนโดยด่วนอย่างน้อยไม่ทำให้โลกร้อนขึ้นก็ยังดี

        แม้กระทั่งการฌาปนกิจศพ ก็ยังมีตั้งข้อสังเกตว่าการเผาศพทำให้โลกร้อนขึ้น เพราะเฉพาะเผาศพซึ่งกินเวลาประมาณ 90 นาที ใช้ความร้อนอยู่ที่ประมาณ 850 องศาเซลเซียส ทำให้เกิดคาร์บอนไดออกไซด์มากกว่า 50 กิโลกรัม นี่ยังไม่รวมโลงที่ต้องเผาร่วมด้วยนักชีววิยาทีออสเตรเลียจึงเสนอให้ใช้วิธีการฝัง โดยฝังที่ใต้ต้นไม้เพราะนอกจากไม่สร้างคาร์บอนไดออกไซด์แล้วยังให้ปุ๋ยกับต้นไม้อีกด้วย

        ในเมืองไทยไม่ถึงกับฝังศพใต้ต้นไม้ แต่ก็มีความพยายามที่จะลดภาวะโลกร้อนเช่นกัน อย่างในงานสวดอภิธรรมศพของ อรัญญา ถาวรนันทร์ ตรีวัย 43 ปีที่เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง

        พิธีศพนั้นตั้งอยู่ที่วัดพระยาสุเรนทร์ เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร นี่เอง

        ความที่วัดพระยาสุเรนทร์เป็นวัดเล็ก ๆ มีเพียง 2-3 ศาลา จึงพบศาลาสวดอภิธรรมศพของอรัญญาไม่ยาก

        สิ่งที่เห็นแปลกตาจากงานศพทั่วไปคือ งานนี้แทบไม่มีพวงหรีดให้เห็น แต่แปรสภาพเป็นสวนไม้ดอกไม้ผลพืชผักสวยครัว ประเภทตะไคร้ โหระพา กะเพรา พริก ฯลฯ มีเล้าไก่ กระต่ายตัวเล็กตัวน้อยแต่งรอบๆ สวนรวมทั้งโอ่งน้ำพุให้ความชุมชื้นกับบรรยากาศรอบข้าง

        จึงไม่แปลกที่ได้เห็นแขกที่มาในงานแวะเวียนเข้าไปเยี่ยม ๆ มอง ๆ อยู่แถว ๆ หน้าศพ ซึ่งเป็นส่วนที่จัดแต่งสวนที่ว่าพร้อมกับถ่ายภาพเป็นที่ระลึก

        จีรนันท์ มีผา เพื่อนสนิทของอรัญญา ทำหน้าที่เจ้าภาพของงาน เนื่องจากอรัญญาแทบไม่มีญาติพี่น้องที่ไหน สามีก็เสียชีวิตไปเมื่อ 4-5 ปีก่อนด้วยโรคมะเร็งเช่นกัน เล่าว่า ก่อนหน้าที่ผู้ตายจะเสียชีวิตได้ประมาณ 3-4 เดือน เราได้คุยกันว่าจะจักงานศพอย่างเรียบง่ายเน้นความพอเพียง

        พวงหรีดเมื่อใช้เสร็จแล้วจะกลายเป็นขยะมูลซึ่งขยะเหล่านี้ก่อให้เกิดปัญหาสภาวะโลกร้อนในปัจจุบัน แทนที่จะทำให้วัดมีขยะเพิ่มขึ้น เปลี่ยนให้เป็นต้นไม้ บริจาคให้วัดมีความสวยงาม มีสีสันมากขึ้นจะได้ประโยชน์มากกว่า และยังดีต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

        ส่วนคนมาร่วมงาน จีรนันท์บอกว่า ได้มีการแจ้งไปว่าถ้าจะให้พวงหรีดเราขอไม่รับถ้าจะช่วยเหลือจริง ๆ ขอบริจาคเป็นเงินเพื่อเป็นทุนการศึกษาให้กับลูกชายของอรัญญาซึ่งเรียนอยู่ชั้นมัธยม 2

        จีรนันท์ยอมรับว่า แนวคิดของการจัดการหน้างานศพเริ่มมาจากตัวเธอ เนื่องจากอรัญญาหลังจาป่วยหนัก เงินทองที่มีต้องหมดไปกับค่ารักษาพยาบาล จึงไม่อยากให้จัดงานด้วยเกรงว่าจะเป็นการสิ้นเปลือง

        “เมื่อ 10 ปีก่อน ตอนคุณแม่ดิฉันเสีย ดิฉันก็จัดงานให้คล้าย ๆ กันแบบนี้ เอาต้นไม้ที่แม่ชอบมาจัดแต่งเหมือนเป็นบ้านให้แม่อยู่ อย่างของชำร่วยของงานก็ให้เป็นซองเมล็ดผัก คนที่รับไปจะได้เอาไปเพาะไปปลูก ก็เลยเสนอความคิดนี้ขึ้นมา ภายใต้แนวความคิดการจัดสวนที่ว่า “บ้านใหม่ ชีวิตใหม่ ในโลกหน้า”

        ทีแรกเธอก็ไม่เห็นด้วย แม้จะเห็นชอบ แต่กลัวจะสิ้นเปลือง ดิฉันก็เลยบอกว่าไม่เป็นไร เพราะจริง ๆ แล้วการนำต้นไม้สดมาจัดแทนพวงหรีดไม่ได้เสียค่าใช้จ่ายมากกว่ากันสักเท่าไร เพราะต้นไม้ต้นหนึ่งราคา 10-20 บาท หรือกล้วยไม้ก็เป็นกล้วยไม้ไทย ๆ ราคาแพงสุดก็ร้อยกว่าบาท ซึ่งถ้าซื้อจากแหล่งเพาะต้นไม้จะได้ราคาที่ถูกลงไปอีก

        ที่สำคัญ ถือเป็นวิทยาทานให้กับผู้อื่นเผื่อว่าจะนำไปทำตาม จะช่วยให้วัดมีต้นไม้เพิ่มขึ้น ร่มรื่นน่าอยู่มากขึ้น “

        จีรนันท์เล่าต่อว่าอรัญญาเป็นคนชอบธรรมชาติ เมื่อเล็ก ๆ เธออยู่ที่เชียงใหม่แล้วย้ายมาอยู่กรุงเทพฯ เมื่อ 20-30 ปีก่อนได้อาจจะเป็นด้วยเหตุผลนี้ก็ได้ที่ทำให้เธอบอกว่า ถ้าจัดสวนหน้าศพเธอขอให้เป็นสวนแบบชนบทมีต้นไม้ดอกไม้ มี เล้าไก่ ซึ่งแต่ละอย่างนอกจากเป็นสิ่งที่ผู้ตายชอบ มีความผูกพันกับผู้ตาย แล้วยังเกี่ยวโยงไปถึงความเป็นมงคลต่อชีวิต

        ตัวอย่างเช่น โอ่งน้ำหมายถึงความอุดมสมบูรณ์สื่อว่าหากเกิดในภพหน้าก็จะพบความอุดมสมบูรณ์ในชีวิต สุ่มไก่ หมายถึงความขยันขันแข็ง ความเจริญรุ่งเรือง ส่วนกระต่าย เป็นสัญลักษณ์ปีเกิดของผู้ตาย และไก่เป็นสัตว์ที่ผู้ตายชอบมาก และหินกรวดที่นำมาตกแต่งบริเวณทางเดินนั้นหมายถึงความเข้มแข็งและอดทน

        “ต้นแพงพวยก็มีความหมายเหมือนกัน คือตนดอกแพงพวยเป็นสมุนไพรที่สามารถนำมาสกัดเป็นยาต้านมะเร็ง เพราะผู้ตายเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง ส่วนตะไคร้ก็มีส่วนของน้ำมันหอมระเหย ทำให้ได้กลิ่นตะไคร้หอม”

        หลังเสร็จสิ้นการฌาปนกิจศพต้นไม้ดอกไม้ทั้งหมดได้ถวายแก่วัดพระยาสุเรนทร์ ซึ่งจีรนันท์บอกว่า ท่านเจ้าอาวาสยินดีมากและเห็นชอบแก่ความคิดนี้มากเพราะถือเป็นวิทยาทาน เป็นตัวอย่างที่จะจุดประกายแนวคิดให้กับผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่

        “ทุกวันนี้เฉพาะในประเทศไทยมีคนตายมากมายถ้ามีคนส่วนหนึ่งเห็นแนวความคิดนี้แล้วนำไปทำจะทำให้วัดเต็มไปด้วยดอกไม้ประดับพืชพันธุ์ไม้หลากหลายและทำให้วัดมีความรมเย็นประชาชนที่เข้ามาในวัดก็จะมีแต่ความสดชื่น มีความสุข เพราะสุดท้ายมนุษย์ต้องหันมาพึ่งธรรมชาติ และที่สำคัญจะได้ช่วยกันลดปริมาณขยะมูลฝอยและปัญหาโลกร้อน ที่เกิดจากการเผาขยะ” จีรนันท์ย้ำความตั้งใจ

        ทางด้าน พิศาล ตันสิน อาจารย์คณะเทคโนโลยีการเกษตร สาขาวิชาเทคโนโลยีภูมิทัศน์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลวิทยาเขตปทุมธานี ผู้ออกแบบและจัดสวนให้ศพ เล่าว่า ไม่เคยรู้จักกับผู้ตายโดยตรงได้รับการติดต่อผ่านทางจีรนันท์ ก่อนที่ผู้ตายจะเสียชีวิตราว 1-2 เดือน โดยได้แจ้งความประสงค์ว่าต้องการจัดสวนเล็ก ๆ ที่เป็นแบบพอเพียง

        “คุณอรัญญาอยากให้ทำอะไรเงียบ ๆ เกรงว่าจะสิ้นเปลืองเงินมาก ผมก็เลยคุยกับคุณจีรนันท์ว่าเรามาช่วยกันทำบุญ”

        พิศาลเล่าว่าครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่จัดงานศพก่อนหน้าที่จะออกแบบสวนทั่วไป สวนในบ้าน ล่าสุดคือออกแบบสวนในงานประชุมส้วมโลก

        ส่วนรูปแบบของการออกแบบครั้งนี้ พิศาลว่าออกแบบให้ถูกใจผู้ตายมากที่สุด โดยก่อนร่างแบบจะต้องคุยกับผู้ตายถึงประวัติและวิถีชีวิต ชีวิตประจำวันของผู้ตายว่าชอบหรือไม่ชอบอะไร มีนิสัยอย่างไร และต้องมีความเป็นมงคลสอดคล้องกับชีวิตผู้ตาย เช่น กระต่ายที่นำมาตกแต่งก็เพราะมากจากการที่ผู้ตายเกิดปีเถาะนั่นเอง

        โจทย์คือ ลักษณะของสวนที่เป็นธรรมชาติ เหมือนสวนที่เห็นตามชุมชนในต่างจังหวัด มีผักสวนครัวเล็ก ๆ ด้วยเหตุนี้จึงออกแบบในอารมณ์ของสวนหน้าบ้าน มีทางเดินปูด้วยอิฐเข้าไปในบ้าน คือส่วนที่ตั้งของโลงศพรอบ ๆ ทำเป็นรั้วไม้ไผ่ มีมุกหน้าบาน

        ครั้งแรกสเก๊ตช์ชื่อแบบเป็นสวนแบบเป็นบ้านยกพื้นสูงแต่คุณอรัญญาไม่ชอบจึงดัดแปลงแก้ไขใหม่ มาลงตัวที่แบบสวนแบบนี้

        ด้านซ้ายจัดเป็นบริเวณสวนครัว มีตะไคร้ กะเพรา โหระพา สะระแหน่ มีโอ่งน้ำพุ ซึ่งนอกจากทำให้ดูร่มรื่นแล้วยังหมายถึงความมีโชคลาภ ส่วนด้านขวาทำเหมือนเป็นสวนไม้ดอก แต่งด้วยกุหลาบหลากสี ขาว-แดง-ชมพู-เหลือง

        “ผมเน้นดอกกุหลาบเพราะเธอบอกว่าเป็นดอกไม้ที่เธอชอบ แล้วยังมีบานชื่น ดาวเรือง

        นอกจากนี้ก็จะเน้นต้นไม้ที่ให้กลิ่นหอม ซึ่งที่ผมไม่ใช้ซ่อนกลิ่นเพราะเป็นดอกไม้ที่หอมกลางคืน และถ้าไม่ถูกน้ำค้างจะไม่หอม ก็เลยเลือกเป็นโมกซ้อน มะลิลา มะลิซ้อน ตรงนี้เพราะจะได้ช่วยดับกลิ่นด้วย”


        ส่วนด้านหัวและท้ายของโลงประดับด้วยต้นขนุนมะม่วง มะยม พิศาลบอกว่า นอกจากความเชื่อที่ว่าขนุนหมายถึงการสนับสนุน มะยมคือความ นิยมชมชื่นแล้ว ยังเป็นผลไม้กินได้ เป็นการเผื่อให้มีกินในภพหน้า

        “ทีแรกผมออกแบบพื้นที่ใหญ่กว่านี้ เพราะไม่ได้ไปดูพื้นที่จัดสวนก่อน แต่อาศัยที่ไปงานศพบ่อยจึงได้การประมาณเอา พอมาเห็นพื้นที่จริง ๆ ซึ่งเป็นศาลาแคบ ๆ พื้นที่ขนาด 4 คูณ 2 เมตร จึงต้องมีการปรับเปลี่ยนพันธุ์ไม้อยู่บ้าง โดยเลือกพันธุ์ใบเล็ก เพื่อว่าจะดูไม่อึดอัด อย่างต้นโมก ขนุน มะม่วง แล้วตัดด้วยวัสดุตกแต่เป็นรูปตัวกินรี”

        ส่วนงบประมาณในการจัดสวนให้ศพพิศาลบอกว่าใช้ไปเพียง 10,000 บาท เพราะอย่างกล้วยไม้ที่ใช้แต่งรั้วบ้าน กล้วยไม้ฟ้ามุ่ย ช้างแดง ฯลฯ ก็เป็นกล้วยไม้ในประเทศทั้งนั้น

        ถือว่าประหยัดกว่าการแต่งด้วยพวงหรีด เพราะต้นไม้ที่น้ำมาแต่งนี้ แม้จะไม่ได้ลงดิน ถ้ารดน้ำทุกวันสามารถอยู่ได้ 7-10 วัน โดยขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในวันนั้นด้วยว่า มีฝนตกหรือว่าแดดออกมาก ถ้ามีอากาศชื้นก็ต้องรดน้ำน้อยลง

        เราไม่อยากให้บรรยากาศของงานศพเป็นการเศร้าโศกเสียใจ อีกทั้งผู้ตายต้องการให้ญาติและแขกที่มาในงานได้สดชื่นเมื่อได้เห็นสวนที่จัดไว้ เพราะเมื่อตายไปแล้วก็กลับฟื้นคืนชีพขึ้นมาไม่ได้ คนอยู่ไม่ควรจะทุกข์ อยากจะให้คิดว่าวันหนึ่งก็ถึงคิวของเราที่จะไปนอนในโลงศพ อยากจะให้คนอื่นปลงกับชีวิต

        “ผลตอบรับจากการจัดสวนที่งานของคุณอรัญญาดีมาก อย่างเพื่อนผมเห็นแล้วชอบใจ มาขอยืมอุปกรณ์ตกแต่งส่วนไปจัดให้กับเจ้าภาพงานศพรายหนึ่งที่จังหวัดชัยนาท แต่นั่นแต่งที่เมรุเผาศพเลย"

        “การใช้พวงหรีดไม่ใช่ไม่ดี แต่ผมอยากให้การจัดสวยแบบนี้เป็นการสร้างทางเลือกอีกทางหนึ่ง อย่างน้อยก็ช่วยลดปริมาณขยะในวัดลง”

        แล้วคุณล่ะ คิดไว้หรือยังว่าจะทำอะไรเพื่อช่วยลดภาวะโลกร้อน


หนังสือพิมพ์มติชน
ฉบับวันพุธที่ 6 มิถุนายน พุทธศักราช 2550
หน้า 33
 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
mod_vvisit_counterวันนี้275
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้508
mod_vvisit_counterรายเดือน9312
mod_vvisit_counterทั้งหมด631314