กางแผน กทม. สู้ภาวะโลกร้อน
“เป้าหมายลดการเกิดก๊าซเรือนกระจก ที่เป็นต้นเหตุของภาวะโลกร้อน ให้ได้ร้อยละ 15 จากปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในกรุงเทพมหานคร 82 ล้านตันต่อปี ให้เหลือ 70 ล้านตันต่อปี ภายในปี 2555”
ข้อความดังกล่าวเป็นเจตนารมณ์ที่กรุงเทพมหานครหรือ กทม.ได้ประกาศไว้ในวันสิ่งแวดล้อมโลก 5 มิถุนายนที่ผ่านมา
กทม.เป็นเมืองหลวงของประเทศ จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่เมืองใหญ่ มักสร้างภาระใหญ่ตามตัวเสมอ แต่ละปี กทม.ปล่อยก๊าซเรือนกระจกร้อยละ 24 ของก๊าซทั้งหมดในประเทศขณะที่ทั้งประเทศมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 344.2 ล้านตันคิดเป็น 0.6% ของโลก (ข้อมูลที่มีการรวบรวมล่าสุดเมื่อปี 2546)
เมื่อตั้งเป้า จึงต้องมีการวางกลยุทธ์ เพื่อให้เดินไปถึงจุดหมายได้จริง กทม.มีการร่างแผนปฏิบัติการว่าด้วยการลดปัญหาภาวะโลกร้อน กรุงเทพมหานคร พ.ศ.2550-2555 โดยมีแนวทางการทำงาน 5 ประเด็นหลัก ที่จะลดภาวะเรือนกระจก คือ
“การพัฒนาระบบขนส่งมวลชนและการปรับปรุงจราจร” เป็นโครงการใหญ่ ที่ต้องเร่งทำเพื่อแก้วิกฤตด้านการจราจรและขนส่ง โดยจะต้องได้รับความร่วมมือจากภาครัฐทั้งหมดเพื่อเร่งสร้างระบบขนส่งมวลชนขนาดใหญ่ทั้งรถไฟฟ้า รถไฟชานเมือง ขนส่งทางน้ำ เชื่อมต่อให้เป็นระบบเดียวกันโดยออกเป็นตั๋วโดยสารร่วมทุกเส้นทางเพื่อลดปริมาณการใช้รถส่วนบุคคลที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องซึ่งปัจจุบันมีรถยนต์ส่วนบุคคลในกรุงเทพฯ มากถึง 5.5 ล้านคัน ขณะที่สัดส่วนการใช้รถขนส่งมวลชนมีเพียงร้อยละ 47 เท่านั้น
“การส่งเสริมการใช้พลังงานทางเลือก” การนำพลังงานทดแทนมาใช้แทนน้ำมันเชื้อเพลิง การผลิตความร้อน และใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้า ด้วยการเร่งสร้างภาพลักษณ์ความเข้าใจ เชื่อมั่นทั้ง แก๊สโซฮอล์ ไบโอดีเซลและก๊าซธรรมชาติ เพื่อให้เป็นทางเลือกมากขึ้น โดยส่งเสริมการวิจัย พัฒนาปรับปรุงประสิทธิภาพพลังงานทดแทนที่มีอยู่ รวมถึงมาตรการจูงใจการลดหรือยกเว้นภาษี และเพิ่มจุดจำหน่ายพลังงานพลังงานทางเลือกคู่กันไปด้วยหรือการใช้พลังงานทดแทน เช่น การควบคุมมลพิษ การกำหนดสัดส่วนในการใช้พลังงานทดแทน
กทม. จะเป็นต้นแบบการใช้พลังงานทางเลือกกับยานพาหนะในหน่วยงานทั้งหมด และจะมีการจัดซื้อรถเก็บขยะมูลฝอยชนิดใช้แก๊สธรรมชาติประกอบกับศึกษาแนวทางการนำน้ำมันประกอบอาหารใช้แล้ว มาใช้ในเครื่องยนต์รถภายในหน่วยงานด้วย และยังมีแนวคิดดำเนินการจัดทำระบบจัดการขยะแบผสมผสาน เพื่อนำไปผลิตกระแสไฟฟ้า
“การปรับปรุงอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าในอาคาร : Green Building” เพื่อลดใช้พลังงานในอาคารไม่ว่าจะเป็นการสร้างพฤตินิสัยการใช้พลังงานของประชาชน รณรงค์ให้ความรู้ ตรวจซ่อมบำรุงเปลี่ยนไปใช้หลอดตะเกียบ แทนหลอดไส้ รวมถึงส่งเสริมการใช้อาคารประหยัดพลังงาน การปลูกต้นไม้ในอาคารและบริเวณที่พักอาศัยโดยจะมีการตั้งศูนย์บริการคำแนะนำวิธีปฏิบัติเพื่อการประหยัดพลังงานในอาคาร
“การจัดการขยะและบำบัดน้ำเสีย” ทั้งการลดปริมาณมูลฝอย ส่งเสริมการรีไซเคิล ซึ่งจะเป็นแนวทางการช่วยลดปริมาณการปล่อยก๊าซมีเทนสู่ชั้นบรรยากาศ และเป็นการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ
การจัดการขยะ สามารถทำได้โดยการลดปริมาณมูลฝอยด้วยการใช้หลัก 3Rs การรณรงค์ให้ความรู้ ทั้งการลดขยะ และทิ้งมูลฝอย อย่างถูกวิธี ลดการใช้กระดาษ กล่องโฟม ถุงและแก้วพลาสติคแบบครั้งเดียวทิ้ง ต้องมีการคัดแยกเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ การนำเศษอาหารมาหมักทำปุ๋ยอินทรีย์ในครัวเรือน
การบำบัดน้ำเสีย ทำได้โดยลดปริมาณการปล่อยของเสียลงแหล่งน้ำ และใช้นำอย่างประหยัดรณรงค์ไม่ทิ้งขยะลงแหล่งน้ำ บำบัดเสียก่อนปล่อยทิ้งท่อระบายน้ำสาธารณะ และนำน้ำทิ้งที่ผ่านการบำบัดมาใช้ประโยชน์เพื่อประหยัดพลังงาน และบำบัดน้ำเสียโดยใช้ระบบธรรมชาติ
มาตรการสุดท้าย “การเพิ่มพื้นที่สีเขียว” เป็นการสร้างสมดุลด้านการใช้พื้นที่ให้เหมาะสม ต้นไม้จะช่วยกรองมลพิษและผลิตออกซิเจนให้กับเมือง ปิดกั้นการระเหยของความร้อนจากผิวดิน เพราะอุณหภูมิของพื้นผิวในบริเวณที่มีสิ่งก่อสร้างของกรุงเทพฯ จะมีค่าสูงกว่าบริเวณที่มีต้นไม้ปกคลุมอย่างน้อย 2 องศาเซลเซียส
ต้นไม้ที่ปลูกกลางแจ้งสามารถดูดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิได้มากถึง 30-60 กรัมต่อตารางเมตรพื้นที่ดินต่อวัน กระบวนการสังเคราะห์ของต้นไม้ ต่อเนื้อไม้ 1 ตัน จะลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 1.81 ตัน และจะปล่อยก๊าซออกซิเจนสู่อากาศ 1.32 ตัน กทม.จะเพิ่มสวนสาธารณะ ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ในอาคารส่วนราชการ เอกชน ริมถนนและบ้านเรือน ส่งเสริมการจัดทำสวนดาดฟ้าและสวนแนวตั้ง ร่วมกันปลูกต้นไม้ในเทศกาลวันสำคัญต่างๆ และการปลูกป่าชายเลนเพิ่มมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ทั้ง5 แนวทางดังกล่าวขณะนี้หน่วยงาน องค์กรภาคี ที่เข้าร่วมรณรงค์ลดภาวะโลกร้อนทั้ง 36 องค์กร รวมถึงภาคประชาชน กำลังช่วยกันพิจารณากำหนดกิจกรรมการดำเนินงานที่เหมาะสม เชื่อว่าจะสามารถประกาศใช้ได้จริงภายในเดือนสิงหาคมนี้
แผนปฏิบัติการนี้ จะสำเร็จและลดภาวะโลกร้อนได้มากน้อยเพียงใด แค่ลำพังข้าราชการของ กทม. คงทำไม่สำเร็จ ถ้าไม่มีใครช่วยกัน
ในเมื่อโลกเป็นของทุกคน
หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับวันอังคารที่ 12มิถุนายน พุทธศักราช 2550 หน้า 10 |
|