นกน้ำเลิกอพยพ ! พิมพ์ อีเมล์

 นกน้ำเลิกอพยพ ! 


บทความจาก หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์วันเสาร์ที่ 20 มิถุนายน 2552 หน้า C3


 

“ ในช่วงปลายฝนต้นหนาว เป็นช่วงที่ฝูงนกน้ำกลุ่มใหญ่หลากชนิดจากเหนือซีกโลกเหนือจะอพยพหนีหนาวมาสู่พื้นที่ชุ่มน้ำเขตอบอุ่นที่มีความอุดมสมบูรณ์ทางชีวภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณชายฝั่งทะเลอ่าวไทยตอนใน กลายเป็นแดนสวรรค์ในการศึกษาและชมความงามของนักปักษีวิทยาและนักดูนก ทว่า นกเหล่านี้ได้เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการหากินและอพยพของพวกมันแล้ว เนื่องด้วยความเประบางต่อสภาพธรรมชาติ และอุณหภูมิโลกที่เปลี่ยนแปลงกลายเป็นสัญญาณเตือนวงจรชีวิต บางชนิดมีประชากรลดลงถึง 90 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเลี่ยงสูญพันธุ์แล้ว...” 

สืบเสาะเรื่องโลกร้อน จากนกน้ำอพยพ

ผู้เขียน : พรพรรณ ศรีคัฒนพรหม นักศึกษาปริญญาโทวิทยาศาสตรมหาบัณทิต คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยหิดล สาขาการวางแผนสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน

การอนุรักษ์นกน้ำและแหล่งอาศัยหากินของนก (พื้นที่ชุ่มน้ำ) เป็นเรื่องจำเป็นเร่งด่วน เพราะมิใช่เพื่อประโยชน์ของนกเท่านั้นแต่เป็นการอนุรักษ์แหล่งอาหารและแหล่งยังชีพของมนุษย์อย่างยั่งยืน อีกทั้งยังเป็นการรักษาปอดของโลกเพื่อรับมือกับสถานการณ์โลกร้อนอีกทางหนึ่งด้วย  
 

ในช่วงปลายฝนต้นหนาว นอกจากจะเป็นฤดูกาลที่มีดอกไม้งามบานสะพรั่งทั่วทั้งประเทศไทยแล้ว ยังมีความงดงามอีกประการที่เกิดขึ้นในบ้านเรา คือ การบินอพยพเข้ามาของฝูงนกน้ำกลุ่มใหญ่หลากชนิดจากชีกโลกเหนือ ที่หนีความหนาวยะเยือกเข้ามาสู่พื้นที่ชุ่มน้ำในเขตอบอุ่นที่มีความอุดมสมบูรณ์ทางชีวภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณชายฝั่งทะเลอ่าวไทยตอนใน ซึ่งเป็นแดนสวรรค์ในการศึกษาและชมความงามอีกแห่งหนึ่ง ของนักปักษีวิทยาและนักดูนก 

นกน้ำมีความสำคัญต่อระบบนิเวศ เพราะเป็นอีกหนึ่งดัชนีวัดความอุดสมบูรณ์ของพื้นที่โดยเฉพาะกุ้ง หอย ปู ปลา ซึ่งเป็นอาหารของทั้งนกและมนุษย์ บริเวณใดที่มีนกน้ำหากินอยู่มาก ย่อมมีนัยว่าสถานที่นั้นๆ มีแหล่งอาหารที่สมบูรณ์ เป็นปัจจัยที่สนับสนุนการอยู่รอดให้กับทั้งมนุษย์ นกน้ำและสัตว์ชนิดอื่นๆ ในระบบนิเวศนั้นต่อไป

องค์กรสิ่งแวดล้อมระดับโลกอย่าง WWF และนักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมหลายท่าน รายงานว่าการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศหรือการที่โลกร้อนขึ้นส่งผลกระทบต่อพฤติกรรม อาณาเขตของนกและการเคลื่อนย้ายของประชากรนก โดยการลดลงของนกน้ำกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมของชุมชนชนบทในบริเวณที่ชุ่มน้ำด้วย เพราะระบบนิเวศที่นกให้กับมนุษย์สนับสนุนเศรษฐกิจของชุมชน ที่เห็นได้ชัดคือ การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ การอนุรักษ์และกีฬาล่านก จะได้รับผลกระทบมากที่สุดจากการลดลงและการสูญพันธุ์ของนก

มนุษย์เราอาจจะยังไม่ทันสังเกตความเปลี่ยนแปลงหรือแปรปรวนของสภาพอากาศอย่างชัดเจนนัก แต่นกที่มีความเปราะบางต่อสภาพธรรมชาติ และอาศัยอุณหภูมิเป็นสัญญาณเตือนวงจรชีวิตของพวกมัน ได้เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการหากินและอพยพของพวกมันแล้ว บางชนิดมีประชากรลดลงถึง 90 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์

จากข้อมูลการวิจัยในประเทศออสเตรเลีย ซึ่งเป็นแหล่งอาศัยของน้ำที่มีเส้นทางอพยพมาหากินในประเทศไทยโดยนักศึกษาปริญญาเอก 2 คน จากมหาวิทยาลัย Macguarie คือ ลินดา เบียวมอนต์  เอียน แม็กคอลัน ร่วมกับ ร.ศ.ลิสลีย์ อิวจ์ พบว่า อุณหภูมิในออสเตรเลียเปลี่ยนไป 0.5 องศา นับตั้งแต่ปี 2503 (ข้อมูลวันที่ 20 มิ.ย 2549) สำหรับมนุษย์อาจไม่รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิระดับดังกล่าว แต่นกน้ำและแมลงมีปฏิกิริยาตอบสนองอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นสัญญาณความไม่มั่นคงของสิ่งมีชีวิตทุกชนิดในระบบนิเวศ การเปลี่ยนฤดูกาลอพยพของนกกระทบโดยตรงต่อการขยายพันธุ์ของพืชบางชนิด ที่อาศัยนกในการผสมเกสรหรือขยายเมล็ดพันธุ์ เนื่องจากนกและแมลงอาจอพยพเข้าไปในพื้นที่ปลายทางเพื่อหากินหรือวางไข่ช่วงก่อนหรือหลังฤดูกาลออกดอกหรือเมล็ดของพืชชนิดนั้น

อย่างไรก็ตาม ปรากการณ์ด้านบวกท่วมกลางวิกฤตดังกล่าวที่พบในประเทศไทยขณะนี้คือ นกน้ำขนาดใหญ่ซึ่งเคยเป็นนกหายากและหายไปจากแหล่งน้ำบ้านเราในอดีต เช่น นกกระสาแดง นกกาบัว นกกระทุง ปัจจุบันพบได้บ่อยและมีประชากรเพิ่มขึ้น แสดงนัยให้เห็นว่าการอนุรักษ์พื้นที่ชุ่มน้ำในประเทศไทยของเราประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง (สมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทยปี 2552)

การอนุรักษ์นกน้ำและแหล่งอาศัยหากินของนก (พื้นที่ชุ่มน้ำ) เป็นเรื่องจำเป็นเร่งด่วน เพราะมิใช่เพื่อประโยชน์ของนกเท่านั้น แต่เป็นการอนุรักษ์แหล่งอาหารและแหล่งยังชีพของมนุษย์อย่างยั่งยืน อีกทั้งยังเป็นการรักษาปอดของโลก เพื่อรับมือกับสถานการณ์โลกร้อนอีกทางหนึ่งด้วย

กิจกรรมการอนุรักษ์พื้นที่ชุ่มน้ำที่สร้างแรงบันดาลใจและนักอนุรักษ์ในประเทศไทย มีมากมายและหลากหลายไปตามความเหมาะสมในแต่ละพื้นที่ หนึ่งในนั้นคือ โครงการอนุรักษ์นกและพื้นที่ชุ่มน้ำอ่าวไทยตอนในของสมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย สนับสนุนโดยสำนักงานกองทุนสิ่งแวดล้อม

ภายใต้โครงการดังกล่าว ได้มีการริเริ่มกิจกรรมฝึกอบรมอาสาสมัครพิทักษ์อ่าวไทยตอนในไปแล้ว 2 รุ่น ผู้เขียนเองได้มีโอกาสไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในค่ายฝึกอบรมดังกล่าวเป็นรุ่นที่ 2 ร่วมกับเยาวชนอีก 37 คน ในระหว่างที่ 22-24 พ.ค. ที่ผ่านมา ณ อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี

จุดเด่นของกระบวนการอบรมครั้งนี้คือการติดอาวุธในการสังเกตและศึกษาระบบนิเวศชายฝั่งทะเลด้วยตนเอง นับตั้งแต่การเรียนรู้องค์ประกอบพื้นที่ การเอื้อประโยชน์หรือพึ่งพาอาศัยของสิ่งมีชีวิตและไม่มีชีวิตในพื้นที่ ศัพท์ท้องถิ่นและศัพท์วิชาการที่เรียกสิ่งมีชีวิต ไม่มีชีวิตและซากต่างๆ ในบริเวณนั้น ตลอดจนการเรียนรู้กระบวนการการถ่ายทอดความรู้ และแนวคิดการอนุรักษ์ไปยังผู้อื่น ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญของการเป็นอาสาสมัครสิ่งแวดล้อม เรียกได้ว่าเป็นการอนุบาลเมล็ดพันธุ์อนุรักษ์พื้นที่ชุ่มน้ำ เพื่อขยายผลต่อไปยังกลุ่มบุคคลอื่นๆ ในสังคมต่อไป

ประเทศไทยยังมีพื้นที่ชุ่มน้ำผืนอื่นๆ จำนวนมากที่รอการริเริ่มกิจกรรมสร้างสรรค์เชิงอนุรักษ์ กิจกรรมที่กล่าวถึงไปข้างต้น เป็นเพียงตัวอย่างของเทคนิคการขยายเครือข่ายด้านการอนุรักษ์ไปยังกลุ่มเยาวชนที่ยังมีพลัง มีความคิดสดใหม่และความสร้างสรรค์ในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเพราะเราต่างตระหนักกันดีว่า ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมไม่สามารถแก้ไขได้โดยคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง การสร้างพลังกลุ่ม (ระดับชาติและระดับโลก) เป็นความหวังและความพยายามที่ไม่ทะเยอทะยานอีกต่อไปแล้วในการรับมือกับปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะเรื่องโลกร้อนที่ทุกคนต่างมีส่วนเป็นผู้ก่อปัญหา.

 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
mod_vvisit_counterวันนี้454
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้797
mod_vvisit_counterรายเดือน26180
mod_vvisit_counterทั้งหมด113310