ถึงเวลาเชื้อเพลิงทางเลือก

หุ้นส่วนประเทศไทย
อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปเพื่ออ่านมันได้

• สุมาลี สถิตชัยเจริญ

ระเทศออสเตรเลีย ได้กำหนดคำจำกัดความของเชื้อเพลิงทางเลือก คือ เชื้อเพลิงอื่น นอกเหนือจากน้ำมันเบนซินและดีเซล ที่ใช้ในการเผาไหม้ในเครื่องยนต์ ส่วนในประเทศสหรัฐอเมริกา ได้แบ่งประเภทเชื้อเพลิงตามการใช้งานในภาคขนส่ง เช่น ใช้ในรถยนต์ เครื่องบิน และเรือ เป็นต้น โดยได้กำหนดเชื้อเพลิงทางเลือกในรถยนต์ได้แก่ ก๊าซ LPG LNG (ก๊าซธรรมชาติเหลว) แอลกอฮอล์ (ทั้งเอทานอลและเมทานอล) รวมถึงน้ำมันที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ไบโอดีเซล CNG และพลังงานไฟฟ้าสำหรับบ้านเรา เชื้อเพลิงทางเลือกหรือพลังงานทางเลือกในภาคขนส่งหรือที่ใช้ในเครื่องยนต์ ได้แก่ CNG (ก๊าซธรรมชาติอัด) ก๊าซ LPG แก๊สโซฮอล์ และไบโอดีเซล

        หลักการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตเชื้อเพลิงทางเลือกในภาคขนส่งของสหรัฐอเมริกา

        ในประเทศสหรัฐอเมริกาจัดเก็บภาษีสรรพสามิตเชื้อเพลิงทางเลือกตามค่าความร้อน หรือค่าพลังงานในเชื้อเพลิงที่เรียกว่า British Thermal Unit (BTU) ตั้งแต่สงครามอิรัก-อิหร่าน ในปี 1970 ประเทศสหรัฐได้ส่งเสริมให้มีการใช้เชื้อเพลิงทางเลือกนอกเหนือจากน้ำมันเบนซินและดีเซลเพื่อวัตถุประสงค์หลัก คือ ลดการบริโภคน้ำมัน โดยให้การส่งเสริมน้ำมันแก๊สโซฮอล์ที่มีส่วนผสมของเอทานอล ในอัตราส่วนต่าง ๆ โดยในช่วงปี 1978 ได้ยกเว้นการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตแอลกอฮอล์ที่ใช้เป็นเชื้อเพลิง แต่ได้เริ่มเก็บภาษีสรรพสามิตใหม่ในปี 1994 โดยปัจจุบันมีอัตราภาษีสรรพสามิตเชื้อเพลิง ดังนี้

หลักการจัดเก็บภาษีสรรพสามิต
เชื้อเพลิงทางเลือกในภาคขนส่ง

 ประเภทเชื้อเพลิง อัตราภาษีสรรพสามิต

หมายเหตุ

  น้ำมันเบนซิน

18.3 เซนต์/แกลลอน
(2.01 บาท/ลิตร)

14 เซนต์ เข้ากองทุน Highway
TrustFund (1.54 บาท/ลิตร)
4.3 เซนต์เข้ากองทุน Deficit
Reduction (0.47 บาท/ลิตร)

  น้ำมันดีเซล

24.3 เซนต์/แกลลอน
(2.68 บาท/ลิตร)

20 เซนต์ เข้ากองทุน Highway
TrustFond (2.21 บาท/ลิตร)
4.3 เซนต์เข้ากองทุน Deficit
Reduction (0.47 บาท/ลิตร)

  น้ำมันดีโซฮอล์
(น้ำมันดีเซลผสมแอลกอฮอล์)

 - เอทานอล
 
 - เมทานอล

 
 
18.9 เซนต์/แกลลอน
(2.68 บาท/ลิตร)
18.3 เซนต์/แกลลอน

 
  น้ำมันแก๊สโซฮอล์
 - 10% เอทานอล/เมทานอล
 - 7.7% เอทานอล/เมทานอล
 - 5.7% เอทานอล/เมทานอล

 
12.9 เซนต์/แกลลอน
14.142 เซนต์/แกลลอน
15.222 เซนต์/แกลลอน

 
ลด 5.4 เซนต์จากอัตราปกติ
ลด 4.158 เซนต์
ลด3.078 เซนต์

  เชื้อเพลิงเอทานอล (ต้องมี
 ส่วนผสมไม่น้อยกว่าร้อยละ 85)
  เชื้อเพลิงเมทานอล (ต้องมี
 ส่วนผสมไม่น้อยกว่าร้อยละ 85)

12.9 เซนต์/แกลลอน
(1.42 บาท/ลิตร)
12.3 เซนต์/แกลลอน
(1.35 บาท/ลิตร)

 
  น้ำมันดีเซลที่ผสมแอลกอฮอล์
 - เอทานอล
 - เมทานอล

 
18.9 เซนต์/แกลลอน
18.3 เซนต์/แกลลอน

 
  CNG

48.54 เซนต์/
1 พันลูกบาศก์ฟุต

เมื่อเทียบค่าความร้อนที่เท่ากับน้ำมัน
เบนซิน CNG เสียภาษีในอัตรา
5.4 เซนต์/แกลลอน (0.60 บาท/ลิตร)

  LPG

18.3 เซนต์/แกลลอน

หากเปรียบค่าพลังงานความร้อนที่
เท่ากันกับน้ำมันเบนซิน LPG เสียภาษี
ในอัตรา 25.3 เซนต์/แกลลอน ซึ่ง
มากกว่าน้ำมัน เบนซิน ถึงร้อยละ 38

  LNG

18.3 เซนต์/แกลลอน

 
  ไฟฟ้า

ยกเว้น

 
หมายเหตุ : แอลกอฮอล์ที่ใช้ผสมเป็นเชื้อเพลิงต้องมีความบริสุทธิ์ร้อยละ 95 และแอลกอฮอล์นั้นจะต้องไม่ทำมาจากผลิตภัณฑ์ปิโตเลียม ก๊าซธรรมชาติ หรือ ถ่านหิน
ที่มา : บทความเรื่อง “The tax treatment of Alternative Transportation

ตารางแสดงค่าพลังงานความร้อนตามประเภทเชื้อเพลิง

ประเภทเชื้อเพลิง

ค่าพลังงานความร้อน

เมกะจูล/ลิตร

BTU/US Gallon

 1. น้ำมันเบนซิน (91 และ 95)

34.83

125,000

 2. น้ำมันดีเซล

38.60

138,700

 3. เอทานอล

23.50

84,600

 4. เมทานอล

17.90

64,600

 5. น้ำมันแก๊สโซฮอล์ (E-10)

33.70

120,900

 6. ไบโอดีเซล

35.10

126,200

 7. LPG

25.50-28.70

 

 8. ไฮโดรเจนเหลว

9.36

33.696

 9. LNG

25.30

90,800

ที่มา : http://en.wikipedia.org/wiki/fuel_efficiency
1 แกลลอน =3.176 ลิตร และ 1 เหรียญสหรัฐ=35 บาท

        หากเราเปรียบเทียบค่าพลังงานความร้อนของเชื้อเพลิงประเภทต่าง ๆ ตามตาราง จะเห็นได้ว่าเมื่อเทียบที่ค่าความร้อนเท่ากัน เชื้อเพลิงที่มีค่าพลังงานความร้อนมากควรเสียภาษีในอัตราที่มากกว่าเชื้อเพลิงที่มีค่าพลังงานความร้อนที่น้อยกว่า เนื่องจากเมื่อเทียบประสิทธิภาพการใช้งานเราจะใช้เชื้อเพลิงที่มีค่าพลังงานความร้อนในปริมาณที่น้อยกว่าจึงต้องมีอัตราภาษีที่สูงกว่า เพื่อให้มีภาระภาษีที่เท่าเทียมกันในการที่จะไม่ก่อให้เกิดการบิดเบือนในการเลือกใช้เชื้อเพลิง

        กล่าวโดยสรุป โครงสร้างภาษีสรรพสามิตสำหรับเชื้อเพลิงทางเลือกในภาคขนส่งมีการพัฒนาที่ซับซ้อนในการจัดเก็บภาษี ด้วยอัตราภาษีที่หลากหลายตามประเภทของเชื้อเพลิงทั้งเชื้อเพลิงปกติและเชื้อเพลิงผสมที่แตกต่างกันไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเชื้อเพลิง 3 ประเภท ได้แก่ ก๊าซธรรมชาติอัด แก๊สโซฮอล์ ที่ผสมเอทานอลที่ได้จากชีวมวล และที่ได้รับประโยชน์มากที่สุด คือ พลังงานไฟฟ้า เนื่องจากไม่ได้กำหนดให้เชื้อเพลิงในภาคขนส่งทำให้ไม่ต้องเสียภาษี Highway ทั้งในระดับชาติและรัฐ แต่เชื้อเพลิงทางเลือกบางประเภทมีภาระภาษีมากกว่าน้ำมันเบนซิน เช่น LPG LNG และเมทานอล ที่มีการจัดเก็บภาษีโดยใช้ค่าพลังงานประกอบด้วย โดยมีภาระภาษีมากกว่าน้ำมันเบนซินถึง 7 เซนต์/แกลลอน (0.77 บาท/ลิตร) ทำให้การใช้ LPG เป็นเชื้อเพลิงในภาคขนส่งไม่คุ้มค่ามากที่สุด การจัดเก็บภาษี Highway จากเชื้อเพลิงในภาคขนส่งมีวัตถุประสงค์เพื่อรายได้ให้แก่รัฐ เพื่อลดการขาดดุลและการสร้างถนน Highway รวมทั้งนโยบายด้านพลังงานประกอบกันโดยในส่วนของนโยบายพลังงานเริ่มตั้งแต่ คริสต์ศตวรรษ 1970 เพื่อลดการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงลง และเพื่อสนับสนุนเชื้อเพลิงทางเลือก โดยเฉพาะเชื้อเพลิงแอลกอฮอล์ รวมทั้งการคว่ำบาตรการนำเข้าน้ำมันจากอาหรับ และเริ่มให้การสนับสนุนการใช้เชื้อเพลิงทางเลือก โดยการยกเว้นภาษีสรรพสามิตให้แก่แอลกอฮอล์ที่ใช้เชื้อเพลิง และเมื่อมีการปรับอัตราภาษีน้ำมัน

หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
ฉบับวันศุกร์ที่ 30 มกราคม พ.ศ.2552 หน้า วิเคราะห์ 2