อุดมการณ์อาสาสมัครพลังงานชุมชน (อส.พน.)
การก่อกำเนิดที่เกิดจากวิกฤต

รู้ทันพลังงาน

•...พิรัฐ อินพานิช
ศูนย์ประสานงานกลางโครงการวางแผนพลังชุมชนกระทรวงพลังงาน

ากสถานการณ์ปัจจุบัน การเจริญเติบโตทางด้านเศรษฐกิจของประเทศที่ชะลอตัว โรงงานหรือบริษัทหลายแห่งประสบปัญหาขาดทุนต้องปิดกิจการลง มีการปลดคนงานเลิกจ้างพนักงาน ความหวาดระแวงเกิดขึ้นและแผ่กระจายไปทั่ว ผู้คนมากมายไม่รู้ชะตากรรมตนเองว่าตื่นเช้ามาจะมีงานให้พวกเขาทำอยู่อีกหรือไม่

        อีกทั้งปัญหาการเมืองที่ขาดเสถียรภาพนักการเมืองยังฝักใฝ่ในอำนาจ แบ่งสีแบ่งฝ่ายยุ่งอยู่กับการจัดสรรผลประโยชน์ให้พวกพ้องของตนเองหรือกลุ่มคนเพียงบางกลุ่ม สังคมไม่เกิดความเป็นธรรม ผู้คนไม่ไว้วางใจกันเกิดความเครียด มีการใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหา คดีอาชญากรรมเพิ่มมากขึ้นสวนทางกับการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ตกต่ำลง

        เหตุความรุนแรงที่มีปัจจัยเชื่อมโยงไปมาระหว่างเศรษฐกิจ สังคมและการเมืองตามที่กล่าวมาข้างต้นได้สร้างความทุกข์ให้กับผู้คนเป็นทุกข์ที่เกิดจากการเอาชีวิตตนเองไปผูกติดกับความสุขตามกระแสการบริโภคนิยมโดยใช้เงินเป็นตัวนำ ใช้อำนาจเป็นตัวนำเมื่อขาดเงิน ขาดอำนาจเพื่อซื้อหาความสุข ก็จำเป็นต้องแก่งแย่งเบียดเบียนทำร้ายทำลายกันอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ปัญหาสังคมที่คนเอาตนเองไปผูกติดกับการบริโภคนิยมในประเทศไทยนับวันจะทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น

        เรื่องพลังงานก็เช่นเดียวกันในระดับท้องถิ่นหากเราไม่เตรียมความพร้อมรับมือ ยังผูกติดชีวิตตนเองกับการพึ่งพิงพลังงานจากภายนอกผ่านระบบทุนนิยมซึ่งเป็นผู้กำหนดทิศทางราคาพลังงานแต่เพียงผู้เดียวนั้น นอกจากจะขาดอิสรภาพในการดำเนินชีวิตของตนเองแล้ว การต้องเผชิญหน้ากับความทุกข์ที่โหดร้ายท่ามกลางกระแสทุนนิยมก็คงหนีไม่พ้น ดังนั้นการสนับสนุนให้ชุมชนกลับมารวมกลุ่ม พูดคุย ทบทวนปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์เพื่อไปสู่อิสรภาพแห่งการพึ่งพาตนเองด้านพลังงานจึงเป็นสิ่งที่พึงกระทำอย่างเร่งด่วน

        กระทรวงพลังงานถือเป็นหน่วยงานหลักที่มีภารกิจในการขับเคลื่อนแนวคิดการพึ่งพาตนเองด้านพลังงานในระดับชุมชน ให้สามารถรับมือกับวิกฤตความผันผวนของราคาพลังงานบนพื้นฐานแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยกตัวอย่างโครงการวางแผนพลังงานชุมชนที่ดำเนินการอยู่อย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2549 จนถึงปัจจุบัน และในอนาคตจะมีแผนขยายผลให้ครอบคลุมกว่า 7,000 ชุมชนทั่วประเทศ

        แต่ก็ต้องยอมรับว่าลำพังกำลังเจ้าหน้าที่ของกระทรวงพลังงานที่กระจายอยู่ทั่วประเทศนั้น ยังไม่เพียงพอที่จะขับเคลื่อนหรือขยายการสนับสนุนความรู้ความเข้าใจ หรือแนวความคิดเรื่องการบริหารจัดการพลังงานอย่างยั่งยืน การพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานทดแทนได้อย่างทั่วถึง

        แนวคิดการพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครในท้องถิ่นเพื่อช่วยหนุนเสริมงานด้านพลังงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ของกระทรวงพลังงานในพื้นที่จึงเกิดขึ้น และตั้งชื่อเรียกอาสาสมัครเหล่านี้อย่างเป็นทางการว่า อาสาสมัครพลังงานชุมชน (อส.พน.) โดยพื้นฐานแนวความคิดนี้เกิดจากความเชื่อที่ว่าในสังคมปัจจุบันผู้ที่มีจิตใจดี มีความรัก ความเสียสละ สามารถอุทิศตนเพื่อป้องกัน ช่วยเหลือ แก้ไขปัญหาด้านพลังงานให้กับพี่น้องในพื้นที่ของตนเองโดยไม่หวังสิ่งตอบแทนนั้นมีอยู่จริง ดังที่ปรากฏเป็นรูปธรรม เช่น กลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุข ของกระทรวงสาธารณสุข กลุ่มหมอดินอาสาของกระทรวงเกษตร เป็นต้น

        จากแนวคิดและตัวอย่างกลุ่มอาสาสมัครดังกล่าว ยุทธศาสตร์การพัฒนา “อาสาสมัครพลังงานชุมชน” จึงถือกำเนิดขึ้น ด้วยการจัดโครงการพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครพลังงานที่เป็นตัวแทนของคนในชุมชนผ่านการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่หลากหลาย เช่น การฝึกอบรมเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์งานอาสาสมัคร การศึกษาดูงาน ด้านบริหารจัดการพลังงานอย่างยั่งยืน การพัฒนาทักษะการใช้และการพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานทดแทนอย่างง่าย รวมทั้งทักษะการให้คำปรึกษาด้านแผนการประหยัดพลังงานให้กับประชาชนในท้องถิ่นของตนเอง

        ท่ามกลางกำแพงแห่งความเห็นแก่ตัวของสังคมบริโภคนิยม กระทรวงพลังงานเล็งเห็นว่า “อุดมการณ์อาสาสมัคร” เปรียบเสมือนแสงสว่างแห่งโอกาส ที่ลอดผ่านช่องเล็ก ๆ ของกำแพงเป็นแสงแห่งความรัก ความศรัทธา เป็นพลังที่สามารถนำพาคนกลุ่มใหญ่ พลังที่สามารถทลายกำแพงแห่งความโลภความเห็นแก่ตัวไปสู่การเปลี่ยนแปลงโลกและสังคมที่ดีร่วมกัน

        การวิ่งตามกระแสบริโภคนิยมอย่างยาวนานจะทำให้มนุษย์เริ่มเหนื่อยและหันมาหยุดคิดทบทวนตนเอง เมื่อสติกลับคืนมามนุษย์จะมองเห็นความโดดเดี่ยว ความเหงาท่ามกลางฝูงชนที่ดำเนินชีวิตแบบตัวใครตัวมัน

        เมื่อถึงจุดหนึ่ง (ซึ่งก็คือยุคปัจจุบัน) มนุษย์จะกลับมาพูดคุยถึงแนวคิด “อุดมการณ์อาสาสมัคร” ที่มุ่งฟื้นฟูความสัมพันธ์ช่วยเหลือเกื้อกูล ด้วยความใกล้ชิด ความไว้วางใจ พึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันระหว่างเพื่อนมนุษย์ ร่วมกันสร้างความสุขที่ได้จากการช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่ต้องเงิน ซึ่งเป็นฐานความคิดที่อยู่ตรงข้าม “แนวคิดบริโภคนิยม” ที่เต็มไปด้วยความเอารัดเอาเปรียบ ให้ความสำคัญกับอำนาจและผลประโยชน์เฉพาะกลุ่ม สอนให้หาความสุขตามลำพังตนเองโดยไม่คิดถึงคนอื่น

        การเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสจากสถานการณ์เช่นนี้จะเป็นกลไกสำคัญที่ทำให้เกิดอาสาสมัครตัวจริงที่พร้อมจะเรียนรู้ บ่มเพาะฝึกฝนตนเอง ทั้งด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและความเป็นมนุษย์ แสวงหาความสุขของชีวิตจากการทำงานช่วยเหลือผู้อื่นด้วยความรัก ความเมตตา มีพลังชีวิต (Spiritual) ที่จะขับเคลื่อนตนเอง ติดตามพันธกิจ ด้านการพัฒนาพลังงานยั่งยืน อย่างไม่ลดละ มีวินัยแห่งการรับใช้ชุมชนด้วยความมุ่งมั่น กระตือรือร้น มีชีวิตชีวาและกล้าหาญ บ่งบอกถึงการเป็นอาสาสมัครพลังงานชุมชน กลุ่มคนเล็ก ๆ ที่พร้อมจะเป็นส่วนหนึ่งของการพลิกฟื้นวิกฤตพลังงานของชาติร่วมกับกระทรวงพลังงาน

หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
ฉบับวันจันทร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2552 หน้า B6