|
ชวนเด็กไทยบันทึกฐานข้อมูลชีวภาพ |
ชวนเด็กไทยบันทึกฐานข้อมูลชีวภาพ สร้างมูลค่าเพิ่มให้ประเทศและท้องถิ่น ในระยะไม่กี่ปีที่ผ่านมา “ชีวภาพ” หรือสิ่งมีชีวิตทางธรรมชาติเข้ามามีบทบาทในสังคมไทยอย่างมากมาย ไม่ว่าจะในภาคของสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจ จนรัฐต้องจัดตั้งสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์กรมหาชน) หรือ สพภ. ขึ้น เพื่อเป็นหน่วยงานหลักในการนำทรัพยากรความหลากหลายทางชีวภาพและภูมิปัญญาของ ชุมชนท้องถิ่น มาประยุกต์กับวิทยาการใหม่ ๆ ให้เกิดผลประโยชน์ในเชิงเศรษฐกิจมากที่สุด ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ทรัพยากรชีวภาพอย่างยั่งยืน
|
ด้วยงบประมาณและทรัพยากรบุคคลที่มีอยู่น้อยนิด ไม่เพียงพอต่อการสำรวจในพื้นที่ 70,000 หมู่บ้านทั่วประเทศไทยในระยะเวลาอันสั้นได้ทำให้ ปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา ประธานคณะกรรมการบริหาร สพภ.ผุดโปรเจ็กต์สร้างสรรค์อย่าง Bio Gang ที่นำเอาเทคโนโลยีทันสมัยอย่างอินเทอร์เน็ตมาสร้างเป็นคลังเก็บข้อมูลผ่าน www.biogang.net ส่วนหน้าที่ในการสำรวจตรวจสอบเก็บฐานข้อมูลทรัพยากรชีวภาพในชุมชน สพภ.มอบให้เป็นหน้าที่ของเยาวชนซึ่งเป็นลูก-หลานของผู้รู้ในท้องถิ่น ที่เข้าร่วมประกวด “The Best Bio Gang Contest”
โดย สพภ.มีความเชื่อว่าหากสามารถเชื่อมระหว่างองค์ความรู้สมัยเก่ากับเทคโนโลยี สมัยใหม่ในเรื่องทรัพยากรชีวภาพได้แล้ว เมื่อนำมาดพัฒนาต่อยอดจะเกิดกระบวนการสร้างงาน สร้างรายได้ สร้างโอกาส แก่ประชาชนคนไทยและชุมชนในระยะยาว
นายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เป็นประธานในพิธีการเปิดโครงการได้กล่าวถึงโครงการนี้ว่า ส่วนตัวมองว่าโครงการไบโอแก๊งมีความสำคัญยิ่ง เพราะที่ผ่านมาประเทศไทยไม่เคยมีการเก็บทำฐานข้อมูลเรื่องชีวภาพไว้ ทำให้มีการลักลอบนำเอาทรัพยากรชีวภาพไปใช้ในต่างประเทศ พร้อมทำการจดสิทธิบัตรทางปัญญา ส่งผลเสียต่อประเทศเป็นอย่างมาก ฉะนั้นการรวบรวมข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพอย่างจริงจังถือเป็นเรื่องดีนอก จากจะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับประเทศแล้ว ยังป้องกันการสูญหายของภูมิปัญญาชาวบ้าน ที่มักกักเก็บอยู่ในตัวบุคคลโดยไม่ได้บันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร และสูญหายไปตามกาลเวลา และโรงการดังกล่าวจะสำเร็จได้ก็ด้วยพลังของคนรุ่นใหม่ ที่รู้ถึงคุณค่ามรดกทางวัฒนธรรมอันมีคุณค่ามหาศาลที่บรรพบุรุษทิ้งไว้ให้
ขณะที่ ปีติพงษ์ มองว่าหากเราไม่รีบทำฐานข้อมูลบัญชีรายชื่อทรัพยากรชีวภาพในชุมชน ประเทศชาติจะเสียหายมากกว่านี้แม้ปัจจุบันจะประเมินเป็นตัวเลขไม่ได้ แต่การที่ต่างชาตินำความหลากหลายทางชีวภาพของไทยไปผลิตเป็นยาส่งขายทั่วโลก ได้เงินเป็นหมื่นเป็นแสนล้านบาท ทั้ง ๆ ที่ชีวภาพเหล่านั้นเป็นผลิตผลในชุมชน แต่ชาวบ้านกลับไม่ได้มีส่วนร่วมในการจัดการผลประโยชน์แม้แต่น้อย
ประธานกรรมการบริหาร สพภ.กล่าวต่อว่า ข้อมูลที่ได้มาและบรรจุลงในเว็บไซต์จะก่อเกิดประโยชน์ใน 3 ระดับด้วยกัน โดยข้อมูลดิบชาวบ้านสามารถนำไปใช้แลกเปลี่ยนความรู้กันได้ทันที ส่วนฐานข้อมูลใดน่าสนใจกลุ่มนักวิชาการอิสระก็สามารถดึงไปพัฒนาต่อยอด และระดับสุดท้ายข้อมูลที่น่าสนใจและถูกคัดกรองแล้ว หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องก็จะนำไปพัฒนาต่อในระดับชาติซึ่งข้อมูลในส่วน นี้จะปกปิดเป็นความลับส่วนราชการ
“ที่ผ่านมาไม่เคยมี ใครเก็บข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพแบบลงลึกถึงชุมชนแต่ สพภ.อยากทราบว่าแต่ละพื้นที่อะไรบ้าง และใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง ใน 70,000 หมู่บ้าน มี 5,000 หมู่บ้าน ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูงเหมาะแก่การสำรวจ เพราะมีระบบนิเวศในแบบพื้นที่ชุ่มน้ำและชายฝั่ง”
ด้านคุณสมบัติของผู้ที่จะเข้าร่วมประกวดการเก็บฐานข้อมูลทรัพยากร ชีวภาพ เจ้าหน้าที่ สพภ. ระบุว่า เน้นกลุ่มเด็กมัธยมศึกษาตอนต้น อาชีวศึกษา จนถึงระดับอุดมศึกษา (อายุระหว่าง 12-19 ปี) และสถาบันการศึกษา โดยผู้เข้าร่วมจะต้องทำตามบัญญัติ 5 ประการประกอบด้วย 1.บันทึกข้อมูลทรัพยากรในชุมชน 2.ค้นหาผู้รู้ในชุมชน 3.ชวนเพื่อนมาร่วมเป็นสมาชิก (Member gets Member) 4.พูดคุย แลกเปลี่ยนความรู้กับเพื่อนต่างถิ่น 4 ภาค และ 5.นำความรู้ที่ได้กลับคืนสู่ชุมชนของตนเอง
ใครเก็บรวบรวมฐานข้อมูลได้มากและถูกต้องที่สุดลงใน www.biogang.net ภายในเว็บไซต์จะมีคู่มือสาธิตการใช้งาน) จะได้ทุนการศึกษา 300,000 บาท ส่วนใครที่เชิญชวนเพื่อนให้เข้ามาร่วมแก๊งได้มากที่สุด ก็จะได้รับรางวัลเป็นกล้องดิจิตอล เพื่อใช้ในงานเก็บข้อมูลหรืออาจเป็นโทรศัพท์มือถือเพื่อใช้ในการแลกเปลี่ยน องค์ความรู้ ฯลฯ น้อง ๆ คนใดที่สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมประกวดได้ตั้งแต่วันนี้ – 15 ก.ค. 2552 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.biogang.net
หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ฉบับวันจันทร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ.2552 หน้า 4
| |