|
มหัศจรรย์ 'สาคู' พืชรักษ์น้ำ พิชิตโลกร้อน |
มหัศจรรย์ 'สาคู' พืชรักษ์น้ำ พิชิตโลกร้อน
บทความจาก หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน วันพุธที่ 22 เมษายน 2552 หน้า 20
สาคูไส้หมู สาคูข้าวเหนียวเปียก สาคูถั่วดำ สาคูเปียกมะพร้าวอ่อน ฯลฯ
คนไทยรู้จัก “ สาคู” มานานนัก ตั้งแต่สมัยคุณปู่ย่าโน่น โดยใช้แป้งสาคูปรุงเป็นอาหารทั้งคาวและหวานหลากชนิด โดยเฉพาะขนมหวานอย่าง สาคูไส้หมู กินแนมกับผักกาดหอมกับพริกขี้หนูเม็ดเล็ก ๆ อีกสักเม็ด หรือจะเป็นสาคูข้าวเหนียวเปียก สาคูถั่วดำ ราดด้วยหัวกะทิ เค็มๆ มัน กินกันเพลินหมดถ้วยไม่รู้ตัว
สาคูให้คาร์โบไฮเดรตมากกว่าข้าวถึง 10 เท่า ฉะนั้นจึงทำหน้าที่ทดแทนข้าวได้สบายมาก อย่างเมื่อตอนสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่บ้านเมืองอยู่ในภาวะคับขัน ประชาชนอยู่กันอย่างยากลำบากแทบไม่มีกิน ก็ได้สาคูนี่แหละที่เป็นฮีโร่ ใช้เป็นอาหารหลักแทนข้าว เพราะสามารถทำเป็นอาหารได้มากมาย รวมทั้งเส้นก๋วยเตี๋ยว
นอกจากอาหารอร่อยนานาชนิดและ “สาคู”ยังเป็นพืชที่ให้ประโยชน์มากมายไม่แพ้มะพร้าวหรือกล้วยหรือไผ่ นั่นคือแทบทุกส่วนของมันสามารถนำมาทำประโยชน์ได้ทั้งสิ้น ยกตัวอย่าง ใบสาคู สานเป็นตับจากใช้มุงหลังคา สานเป็นฝาบ้าน ทำฝ้าเพดาน ทำเป็นเสื่อ หรือจะให้เข้ากับอากาศร้อนๆ ก็ทำเป็นพัดใช้โบกคลายร้อน ซ้ำมอดก็ยังไม่กินอีกต่างหาก
สาคู (sago palm) เป็นพืชตระกูลปาล์ม ที่มีบทบาทสำคัญในฐานะพืชหลักในพื้นที่ชุ่มน้ำ ขึ้นกระจายอยู่ตามฝั่งคลอง หนอง พรุ มีวงจรชีวิตราว 14-15 ปี ขยายพันธุ์ด้วยหน่อ พออายุได้ 14 ปีเศษ มันจะออกดอกแตกยอดเป็นลักษณะเขากวาง อันเป็นสัญญาณของการมาถึงที่สุดแห่งชีวิต ชาวบ้านจะรู้ทันทีว่าได้เวลาของการโค่นต้นสาคูนำแป้งที่ได้มาใช้ประโยชน์แล้ว เพราะถ้าปล่อยไว้นานกว่านั้นสาคูต้นนั้นจะใช้ไม่ได้แล้ว
แต่ความมหัศจรรย์ของเต้นสาคูยังไม่หมดเพียงเท่านั้น ถ้าพิจารณาในแง่ของสิ่งแวดล้อม สาคูถือเป็นฮีโร่สีเขียว ที่มีบทบาทสำคัญในการรักษ์น้ำ
อย่างที่ อำเภอนาโยงจังหวัดตรัง โดยเฉพาะที่ คลองลำชาน ต.ทุ่งกระบือ อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง ที่นี่เป็นเสมือนห้องแล็บกลางแจ้งเพื่อการวิจัยเรื่องสาคู
เราลงไปดูการจัดการทรัพยากรน้ำที่อำเภอนาโยง จังหวัดตรัง ได้พบกับกลุ่มชาวบ้านที่ทำงานโยงใยกันเป็นเครือข่าย ช่วยกันดูแลจัดการทรัพยากรในชุมชนร่วมกัน
พิศิษฐ์ ชาญเสนาะ นายกสมาคมหยาดฝน ซึ่งเข้ามาทำงานร่วมกับชาวบ้านในแถบนี้มานานกว่า 10 ปี เล่าว่า ที่อำเภอนาโยง จังหวัดตรัง เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความอุดสมบูรณ์ น้ำดี ดินดี และมีความหลากหลายทางชีวภาพสูง
แต่เดิมตามลำคลองจะมีต้นสาคูขึ้นอยู่ทั่วไป ลำคลองเหล่านั้นไม่ลึก เมื่อได้รับน้ำจากเทือกเขาบรรทัดก็จะไหลบ่าผ่านเหมืองไส้ไก่เข้านาและปักดำได้ ทำให้พื้นที่ชุ่มน้ำดำรงอยู่ เมื่อกระแสการพัฒนาหลั่งไหลเข้ามา โดยมุ่งที่การพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจเป็นหลัก มีการส่งเสริมเกษตรกรรมแผนใหม่ ทำให้การทำนาของชาวบ้านแถบนี้ได้รับผลกระทบทั้งการใช้สารเคมีชนิดต่างๆ ที่ทำให้สัตว์น้ำหลายชนิดลดลง
สิ่งสำคัญคือ การพัฒนาแหล่งน้ำ ที่มุ่งการขุดลอกคลองและการจัดระบบชลประทานทำให้คลองหลายแห่งกลายสภาพเป็นเพียงคลองระบายน้ำ
ป่าสาคู ซึ่งแท้จริงแล้วเป็นตัวซับน้ำ แต่ถูกมองว่าเป็นต้นไม้ไร้ประโยชน์ เกะกะขวางทางน้ำไหล จึงถูกลอกทิ้งไปเสียมาก ด้วยเหตุนี้พอถึงฤดูแล้ง น้ำก็แห้งขอด ทำนาไม่ได้
“เราคุยเรื่องนี้มานานแล้วว่า พื้นที่ทีมีน้ำคลอง ที่มีสาคู แทนที่จะขุดลอก เราก็รักษาสาคูไว้ เพราะสาคูให้ประโยชน์เยอะ สามารถเอามาสกัดเป็นเอทานอลได้ สาคูไม่ต้องใส่ปุ๋ยไม่ต้องใส่ยา พอต้นใหญ่ต้นแก่ล้ม ตัวด้วงเข้าไปไข่ ชาวบ้านก็เก็บไปขายได้อีก น่านคือทำให้ระบบคลองสมบรูณ์
“ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา นากุ้งขยายตัวมากพื้นที่ป่าชายเลน สวนยางพารา ถูกเอาไปทำเป็นพื้นที่บ่อกุ้ง พอล้มเหลวก็ทิ้งร้าง มาช่วง 2-3 ปีทีผ่านมาบริษัทใหญ่ก็เข้ามาเช่าทำต่อ ขระที่ชาวบ้านหมดทุนแล้ว ต้องสูญเสียที่ดิน ต้องขายบ้าน”
“ปัญหาคือ นากุ้งร้าง ที่เกิดขึ้นเป็นพื้นที่ที่ไม่เกิดผลผลิต ที่นี้ทางราชการบางแห่งก็ส่งเสริมให้ถมบ่อกุ้งแล้วปลูกปาล์มน้ำมัน แต่หากบ่อกุ้งอยู่ในเขตป่าเลนเก่า ก็เหมือนเราไปเปลี่ยนสภาพของป่าชายเลนเป็นสวน ทางหยอดฝนจึงพยายามบอกให้ชาวบ้านฟื้นฟูบ่อกุ้ง ซึ่งถ้าดินไม่เสียมากก็สามารถปลูกต้นจากได้ เป็นการเชื่อมโยงพื้นที่ตรงนี้กลับเข้าสู่ระบบนิเวศใหญ่
“ส่วนพื้นที่ไหนที่ยังมีป่าสาคูอยู่เราก็รณรงค์ให้ช่วยกันรักษาสาคูไว้ ถ้าทำชลประทานแบบพื้นบ้านก็สามารถมีน้ำใช้ตลอดไป อย่าทุ่มลงไปที่พืชเศรษฐกิจอย่างเดียว” นายกสมาคมหยอดฝนบอก
ที่มาที่ไปของการศึกษาวิจัยเรื่องสาคูนั้นพิศิษฐ์บอกว่าเริ่มจากการทำงานด้านการจัดการทรัพยากรกลุ่มน้ำ โดยใช้ลุ่มน้ำปะเหลียนเป็นลุ่มน้ำแห่งการเรียนรู้ เป็นลุ่มน้ำแห่งทดลองมา 10 กว่าปีแล้ว
แต่ ... แค่ชายฝั่งอย่างเดียวไม่พอ ต้องเชื่อมกับแม่น้ำด้านบนด้วยจึงจะมีความมั่นคง จึงชวนชาวประมงทำงานขับเคลื่อนในส่วนของต้นน้ำ ร่วมงานกับในส่วนพื้นที่ชุ่มน้ำจืด และต่อไปถึงชาวสวนที่อยู่แถบควนแถบเขา ต้นน้ำ ลำธาร เพื่อปกป้องระบบนิเวศในภาพรวมทำให้เกิดความสมบูรณ์มั่นคงต่อเนื่อง
โดยมีคนดูแลต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ มีเครือข่ายผู้หญิง เครือข่ายจัดการทรัพยากรและต่อไปจะมีเครือข่ายเยาวชนและโรงเรียนต่างๆ
พิศิษฐ์บอกว่า หลังจากที่สมาคมหยาดฝนลงมาทำการวิจัยเกี่ยวกับ “สาคู” พบประโยชน์มหาศาลของป่าสาคู ไม่เพียงแค่การใช้แป้งจากลำต้นทำเป็นอาหาร ใช้ใบมุงหลังคา
แต่ป่าสาคูยังเป็นที่เป็นพักพิงเป็นแหล่งอาหารของสัตว์น้ำจำนวนมาก เช่น ปลาตูนา ซึ่งเป็นปลาหายาก ปลาขี้ขม ซึ่งเป็นปลาพื้นถิ่นปักษ์ใต้ รสชาติอร่อยมาก จะอาศัยอยู่ในน้ำที่สะอาดและที่น้ำไหล มีมากแถวตรัง พัทลุง สตูล ฯลฯ ขณะเดียวกันระบบรากของต้นสาคูยังเป็นตัวกรองน้ำให้ใสสะอาดตลอดเวลา
สาคูขึ้นตามริมคลอง ระบบนิเวศสาคูมีทั้งพืชผักสมุนไพร กุ้งหอยปูปลา
“ใบจากต้นสาคูเมื่อแก่ร่วงหล่นลงน้ำทำให้น้ำมีสีเรื่อๆ แต่ไม่ทำให้น้ำเน่า ขณะเดียวกันกันก็ช่วยให้น้ำตกตะกอน และใส อันเป็นจุดเริ่มต้นของพรุโดยที่ตะกอนที่ได้จะเป็นปุ๋ยสำหรับเลี้ยงต้นแม่”
นายกสมาคมหยาดฝน บอกอีกว่า เมื่อวิจัยถึงผลประโยชน์ของสาคูแล้ว จึงมรการตั้งคณะกรรมการคลองขึ้นมาดูแลจัดการ ทำให้ปัจจุบันมีจำนวนปลาเพิ่มมากขึ้น
“สาคูเป็นพืชในวัฒนธรรมของคนในแถบนี้ รวมไปถึงอินโดนีเซียเป็นพืชที่ขึ้นในแถบศูนย์สูตร ตั้งแต่ทางใต้ชุมพรเรื่อยลงมาถึงมาเลเซีย อินโดนีเซีย ปาปัวนิวกินี
“ที่มีมากสุดคือ อินโดนีเซีย มีมากถึง 6 ล้านไร่ อันดับ 2 คือ ปาปัวนิวกินี ส่วนไทยมีมากเป็นอันดับ 3 มีหมื่นกว่าไร่เทานั้น น่าเสียดายที่บ้านเราไม่ค่อยมีคนรู้จักสาคูแล้ว ทั้งที่เมื่อก่อนสาคูเป็นพืชในชีวิตประจำวันเป็นสัญลักษณ์ของชนบทในภาคใต้ด้วยซ้ำ ขณะที่ในต่างประเทศมีการทำวิจัยกันมากมาย เช่น ที่ญี่ปุ่น เนเธอร์แลนด์ ฯลฯ เกิดเป็นความร่วมมือขับเคลื่อนกันเป็นเครือข่ายใน 3 ประเทศ ระหว่างไทยกับมาเลเซียและอินโดนีเซีย
“สิ่งแวดล้อมธรรมชาติถ้าเราจะใช้เราต้องมีความเคารพ ในฐานะที่ตัวธรรมชาติเป็นโครงสร้างหลักที่ทำให้เกิดความร่มเย็นของสรรพสิ่ง การที่จะให้ธรรมชาติอยู่อย่างมีดุลยภาพอยู่อย่างมีความอุดสมบูรณ์เท่าที่จะเป็นไปได้ เป็นเรื่องสำคัญ การใช้ทรัพยากรธรรมชาติต้องใช้อย่างระมัดระวัง” พิศิษฐ์บอก
การรณรงค์ให้ชาวบ้านรักษ์ป่าสาคู นอกจากจะเป็นการเชื่อมโยงระบบนิเวศจากภูเขาไปถึงปากแม่น้ำ ยังทำให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมปกป้องทรัพยากรของเขาตลอดทั้งลำน้ำ
เป็นความมหัศจรรย์ของ “ สาคู” ที่คนยังรู้จักกันน้อยมาก
พนิดา สงวนเสรีวานิช |